ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลนี้จะให้คำแนะนำแก่นักศึกษา ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นและสปอนเซอร์ชาวอเมริกันที่สนใจเข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อนประจำปี 2562 โครงการนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีนักศึกษาไทยสมัครเข้าร่วมโครงการนี้อีกเป็นจำนวนมากในปีนี้โครงการนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นและสปอนเซอร์ชาวอเมริกันในการสรรหานักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ

เวลาเปิด-ปิด การรับสมัคร

สำหรับปี 2562 นี้ สถานทูตสหรัฐอเมริกา มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่าเราเปิดให้น้องๆนักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวได้ 2 ช่วงเวลา คือ 5 มีนาคม – 5 กรกฎาคม หรือ 5 พฤษภาคม – 5 กันยายน 2562 ตามแต่ช่วงปิดภาคการศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาทุกคนรวมถึงนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สามารถเข้าร่วมโครงการได้สูงสุดไม่เกิน 4 เดือนต่อปีเท่านั้น (นักศึกษาไม่สามารถขยายช่วงเวลาในการเข้าร่วมโครงการได้) นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องกลับมาให้ทันเปิดภาคการศึกษาถัดไป

ทางสถานทูตสหรัฐฯ จะรับแบบฟอร์ม  DS-2019 ที่ระบุช่วงเวลาเริ่มต้นโครงการในช่วง

  1. 5 มีนาคม – 5 กรกฎาคม (Spring break)
  2. 5 พฤษภาคม – 5 กันยายน (Summer break)

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นจะช่วยดูแลและจัดการให้นักศึกษาทุกท่านได้กลับมาศึกษาทันกำหนดเปิดภาคการศึกษา

เราจะเริ่มสัมภาษณ์วีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการนี้ในเดือนมกราคม 2562 การนัดหมายสัมภาษณ์ต้องกำหนดล่วงหน้า ซึ่งท่านสามารถทำการจองนัดสัมภาษณ์ได้ที่ http://www.ustraveldocs.com/th หลังจากมีเอกสารดังต่อไปนี้

  1. ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องเตรียมเอกสารในการยื่นขอวีซ่าซึ่งจะมีแบบฟอร์ม DS-2019 รวมอยู่ด้วย
  2. ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องตรวจสอบคุณสมบัติของนักศึกษาที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ให้มีความพร้อมในทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ, เกรดของการศึกษาและงานที่ไปทำ
  3. ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องแน่ใจว่าผู้สมัครทุกท่านได้กรอกแบบฟอร์มใบคำร้องขอวีซ่าอย่างถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์

*** นักศึกษาต้องมาสัมภาษณ์ให้ตรงตามเวลาที่ระบุไว้พร้อมกับเตรียมเอกสารที่จะมายื่นสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล (เอกสารที่จะต้องนำมาในวันสัมภาษณ์ดูรายละเอียดตามด้านล่าง)

คุณสมบัติของผู้สมัคร

  • สถานภาพเป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลาตามหลักสูตรที่สถาบันการศึกษากำหนดไว้ หากนักศึกษาท่านใดแอบอ้าง จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการถาวร
  • ผู้สมัครสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้
  • ผู้สมัครต้องมาสัมภาษณ์วีซ่าและพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยตนเองที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่
  • สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ ครอบคลุม 15 จังหวัด อันได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย กำแพงเพชร ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน เพชรบูรณ์ พะเยา พิจิตร พิษณุโลก แพร่ สุโขทัย ตาก และอุตรดิตถ์
  • นักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาในประเทศไทยสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้
  • นักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาในต่างประเทศก็สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้กับประเทศที่ท่านศึกษาอยู่ โดยยื่นวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯ ที่ประเทศนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ศึกษาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านสามารถขอวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯในโตเกียว ญี่ปุ่น

กำหนดวันเดินทางกลับ

นักศึกษาต้องกลับประเทศไทยให้ทันเปิดภาคการศึกษาถัดไป ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นที่จัดหางานให้ท่านควรจะจองตั๋วเครื่องบินแบบเดินทางไป-กลับ เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ให้ท่านด้วย

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศสหรัฐอเมริกา จะอนุญาตให้ผู้สมัครที่มีวีซ่าประเภท J-1 อยู่ต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 30 วัน นับจากวันสิ้นสุดโครงการ หากท่านไม่กลับมาตามกำหนดเวลาดังกล่าวท่านจะต้องประสบปัญหาในการสัมภาษณ์วีซ่าในครั้งต่อไป

สิ่งที่ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวในภาคฤดูร้อนต้องการ

ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นเป็นผู้จัดหางานให้ผู้สมัครที่เข้าร่วมโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศผู้สมัคร และเป็นไปตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้กับสปอนเซอร์ชาวอเมริกัน ท่านสามารถทำการจองนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบกลุ่มล่วงหน้าได้ที่ http://www.ustraveldocs.com/th

นักศึกษาต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้เพื่อนำมายื่นในวันสัมภาษณ์

  1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป นับจากระยะเวลาที่ท่านจะพำนักในประเทศสหรัฐอเมริกา
  2. อัปโหลดรูปถ่ายของผู้สมัครลงในแบบฟอร์ม DS-160 ซึ่งรูปถ่ายต้องไม่เกิน 6 เดือน, พื้นหลังขาว และไม่สวมแว่นตา (กรุณานำรูปถ่ายติดตัวมาด้วย ในวันสัมภาษณ์)
  3. แบบฟอร์ม DS-2019 ฉบับจริง พร้อมทั้งลายเซ็นของผู้สมัคร ทั้งนี้แบบฟอร์ม DS-2019 ต้องระบุวันเริ่มและสิ้นสุดโครงการที่กำหนดไว้คือ 5 มีนาคม – 5 กรกฎาคม หรือ ช่วงเวลา 5 พฤษภาคม – 5 กันยายน ทางสถานทูตฯไม่สามารถรับแบบฟอร์ม DS-2019 ที่มีข้อมูลผิดพลาดได้
  4. ผู้สมัครวีซ่า J-1 ต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS จำนวน 35 ดอลล่าห์สหรัฐฯ ก่อนที่จะมาสัมภาษณ์ พร้อมทั้งนำใบเสร็จที่ชำระค่า SEVIS มายื่นในวันสัมภาษณ์ด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินได้ที่ https://fmjfee.com
  5. ใบรับรองผลการศึกษาที่แสดงผลการเรียนในแต่ละภาคการศึกษาฉบับจริงซึ่งออกไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันสัมภาษณ์

ผู้สมัครต้องดำเนินการดังนี้

  • เมื่อนักศึกษาเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว จะต้องรายงานตัวต่อสปอนเซอร์ชาวอเมริกันที่เป็นนายจ้างของท่าน กรุณาใช้ชื่อ-นามสกุล ที่ปรากฏในหนังสือเดินทางของท่านในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานต่างๆ
  • นักศึกษาต้องแจ้งให้สปอนเซอร์ชาวอเมริกันของท่านทราบเกี่ยวกับงานที่จะทำและที่อยู่ที่ท่านจะพำนักในประเทศสหรัฐอเมริกา หากท่านเปลี่ยนงานหรือที่อยู่โดยไม่แจ้งให้นายจ้างของท่านทราบ จะส่งผลให้การเข้าร่วมโครงการของท่านสิ้นสุดลง และท่านต้องเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทันที

สิ่งที่ควรทราบ

  • แบบฟอร์ม DS-2019 ต้องระบุวันเริ่มต้น และสิ้นสุดโครงการที่อยู่ในช่วง5 มีนาคม – 5 กรกฎาคม (Spring break) และ ช่วงเวลา 5 พฤษภาคม – 5 กันยายน (Summer break) สำหรับนักศึกษาทุกคนรวมถึงนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สามารถเข้าร่วมโครงการตามแต่ช่วงปิดภาคการศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย
  • แม้ว่านักศึกษาจะยังคงพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานนอกเหนือจากช่วงเวลาของวันที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม DS-2019
  • ถ้าวันเริ่มต้นการทำงานที่ระบุในแบบฟอร์ม DS-2019 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว หรือท่านเชื่อว่านักศึกษาจะไม่สามารถเข้าเริ่มงานได้ทันตามวันที่ระบุไว้นั้น ทางสปอนเซอร์ชาวอเมริกันต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้แก้ไขข้อมูลในระบบ SEVIS เพื่อเปลี่ยน‎วันเริ่มต้นของโครงการก่อนที่นักศึกษาจะมาสัมภาษณ์วีซ่า
  • ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นโครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยวภาคฤดูร้อน จำเป็นต้องทำการจองนัดสัมภาษณ์ให้กับนักศึกษา โดยปฏิบัติตามรายละเอียดที่ระบุไว้ตามเว็บไซต์ http://www.ustraveldocs.com/th/ ตัวแทนทุกท่านสามารถเข้าไปดูวันนัดสัมภาษณ์ที่ยังคงว่างอยู่ได้ หากนักศึกษาเตรียมเอกสารต่างๆครบถ้วนแล้ว ท่านสามารถจองนัดแบบกลุ่มให้กับนักศึกษาได้ทันที เพราะหากวันนัดสัมภาษณ์เต็มนักศึกษาก็จะพลาดการมาสัมภาษณ์ตามกำหนดการที่ท่านต้องการได้
  • ตัวแทนจัดหางานท้องถิ่นต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบรายละเอียดของผู้สมัครที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่ถูกต้อง
  • นักศึกษาทุกท่านต้องสนทนาเป็นภาษาอังกฤษได้ เพราะการทำงานนี้จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับนายจ้าง เจ้าของบ้าน คนขับรถประจำทาง เจ้าหน้าที่ตามร้านค้าต่างๆ หรือบุคคลทั่วไปที่พบในประเทศสหรัฐอเมริกา

*** สถานทูตสหรัฐอเมริกา กำหนดให้ผู้ติดต่อกับสถานทูตฯ ทุกท่านต้องได้รับการตรวจรักษาความปลอดภัย ตามขั้นตอนรักษาความปลอดภัยของสถานทูตฯ ท่านสามารถฝากโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องเท่านั้นไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูสถานทูตฯ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทางสถานทูตฯจะไม่รับฝากโดยเด็ดขาด

แผนกกงสุล สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร เลขที่ 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330 ประเทศไทย

ศูนย์ข้อมูลวีซ่า
เวลาทำการ:
 วันจันทร์ถึงศุกร์ 8:00 – 20:00 (ยกเว้นวันหยุด)
โทรศัพท์: 02-105-4110 (ในประเทศไทย)
(703)-665-7349 (โทรจากสหรัฐอเมริกา)
อีเมล์: support-thailand@ustraveldocs.com

กฎระเบียบด้านการรักษาความปลอดภัย

ผู้ติดต่อสถานทูตฯทุกท่านต้องได้รับการตรวจรักษาความปลอดภัยตามขั้นตอนรักษาความปลอดภัยของสถานทูตฯ ท่านสามารถฝากโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตู แต่สถานทูตฯและพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหายหรือความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นกับโทรศัพท์มือถือของท่านในขณะที่ฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ท่านไม่สามารถเข้าไปในสถานทูตฯตามที่นัดหมายไว้ หากนำสิ่งของดังต่อไปนี้มาด้วย

  • อุปกรณ์บรรจุแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ใดๆ เช่น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ไดอารี่แบบดิจิตอล วิทยุติดตามตัว กล้องถ่ายรูป ตลับเทป แถบบันทึกวิดิทัศน์  ซีดีรอม เครื่องเล่มเอ็มพีสาม แผ่นดิสก์ คอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว หรือเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพา
  • กระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าถือสตรีขนาดใหญ่
  • กระเป๋าถือและกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ กระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่ กระเป๋าใส่เอกสารหรือกระเป๋าเสื้อผ้า ผู้สมัครขอวีซ่าสามารถนำเอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าใส่ถุงหรือกระเป๋าใสเท่านั้น
  • อาหาร (มีร้านกาแฟและของว่างจำหน่ายภายในสถานทูตฯ)
  • ซองหรือพัสดุที่ปิดผนึก
  • บุหรี่ ซิการ์ กล่องไม้ขีด ไฟแช็ค
  • วัตถุมีคมทุกชนิด เช่น กรรไกร มีดพก หรือตะไบ
  • อาวุธหรือวัตถุใดๆที่มีสารประกอบระเบิด

รายการสิ่งของที่ไม่ให้นำเข้ามาภายในสถานทูตฯไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รายการที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น สิ่งของประเภทอื่นอาจไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาภายในสถานทูตฯด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของพนักงานรักษาความปลอดภัย นอกจากโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สถานทูตฯไม่รับฝากสิ่งของต้องห้ามที่กล่าวมาข้างต้น ท่านต้องฝากเก็บสิ่งของดังกล่าวไว้ที่อื่นก่อนมาติดต่อสถานทูตฯ