วีซ่าชั่วคราว

แผนกกงสุลของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยทำหน้าที่ให้บริการด้านวีซ่าชั่วคราวแก่ผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปยังสหรัฐฯ

โปรดศึกษาข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว และประเภทของวีซ่าชั่วคราวที่เว็บไซต์ Global Support Services (GSS)

ขั้นตอนในการสมัครวีซ่าชั่วคราวอย่างละเอียด มีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1: เข้าไปที่เว็บไซต์ www.ustraveldocs.com/th

ศึกษารายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการยื่นคำร้องขอวีซ่าและข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับวีซ่าแต่ละประเภท เลือก ประเภทของวีซ่าชั่วคราว ที่หน้าเว็บเพื่อศึกษาข้อมูลของวีซ่าแต่ละประเภท

ขั้นตอน 2: กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว (DS-160)

กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าที่ https://ceac.state.gov/genniv/ และพิมพ์ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160

ขั้นตอนที่ 3: สร้างโปรไฟล์ส่วนตัว

สร้างโปรไฟล์ส่วนตัวบนเว็บไซต์ www.ustraveldocs.com/th กรอกข้อมูลประวัติส่วนตัวให้ครบถ้วน จากนั้นเลือกประเภทและที่อยู่ในการจัดส่งเล่มหนังสือเดินทางคืน

ขั้นตอนที่ 4: ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า/การสมัครวีซ่า

ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่าซึ่งขอคืนเงินไม่ได้ (ในสกุลเงินท้องถิ่น) โดยการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) หรือ ชำระเป็นเงินสดได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา โดยผู้สมัครต้องพิมพ์ใบชำระค่าธรรมเนียม CGI เพื่อนำไปชำระค่าธรรมเนียมที่ธนาคาร

ขั้นตอนที่ 5: ทำนัดสัมภาษณ์

เมื่อชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อย ผู้สมัครจะสามารถนัดวันสัมภาษณ์ได้หลัง 12.00 น. ของวันทำการถัดไป (ในกรณีที่ชำระด้วยเงินสด) หรือหลัง 14.00 น. ของอีก 2 วันทำการถัดไป (หากชำระโดยการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์)

ขั้นตอนที่ 6: เดินทางมาสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตฯ

ผู้สมัครจะต้องนำใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ใบยืนยันการนัดหมาย หนังสือเดินทาง (ทั้งเล่มเก่าและปัจจุบัน) รูปถ่ายสี ขนาด2×2 พื้นหลังสีขาวที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาด้วย

วีดิทัศน์นี้แสดงขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียมมาในวันสัมภาษณ์

ขั้นตอนที่ 7: การส่งคืนเล่มหนังสือเดินทาง

หากสัมภาษณ์วีซ่าผ่าน ผู้สมัครจะไม่ได้รับวีซ่าทันทีในวันสัมภาษณ์ โดยผู้สมัครจะได้รับเล่มหนังสือเดินทางพร้อมกับวีซ่าโดยการจัดส่งจากทางไปรษณีย์ไทย เมื่อได้รับหนังสือเดินทางแล้ว กรุณาตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

ทางสถานทูตฯ ขอเน้นว่า ผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปประเทศสหรัฐฯ ทุกท่านควรเผื่อเวลาในการยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนการเดินทาง และไม่ควรจองตั๋วเครื่องบินหรือวางแผนการเดินทางใดๆ ที่ยกเลิกไม่ได้ ก่อนที่ท่านจะได้รับหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว

สิ่งที่ควรทำในวันสัมภาษณ์วีซ่า

  1. มาถึงสถานทูตฯ
  • เวลาที่แสดงบนจดหมายนัดคือเวลาที่ควรมาถึงหน้าสถานทูตฯ มิใช่เวลาที่จะได้รับการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล
  • ผู้สมัครควรมาถึงก่อนเวลาที่นัดไว้ 15 นาที (ไม่จำเป็นต้องมาก่อนเวลานานเกินไป)
  1. ตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัย
  • ผู้สมัครจะต้องผ่านการตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัย ได้แก่ นำสัมภาระติดตัวผ่านเครื่องสแกน เดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุโลหะ ผู้สมัครควรนำแค่สิ่งของที่จำเป็นติดตัวมาในวันที่สัมภาษณ์
  • ผู้สมัครสามารถนำโทรศัพท์มาได้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น โดยจะต้องฝากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้ ทางสถานทูตฯ และพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหายหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับโทรศัพท์มือถือของท่านในขณะที่ฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย
  1. นั่งรอเรียกตามเวลานัดสัมภาษณ์ด้านหน้าบูธ
  • ยื่นหนังสือเดินทางให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำบูธ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและคืนหนังสือเดินทางมาพร้อมกับหมายเลขการจัดส่ง (แทร็กกิ้ง) ของไปรษณีย์ไทย
  1. ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่หน้าต่าง 15
  • หลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำบูธแล้ว ให้ผู้สมัครเข้าไปยังห้องรับรองการสัมภาษณ์ จากนั้นไปต่อแถวรอติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่หน้าต่าง 11-15
  • พิมพ์ลายนิ้วมือทั้งสองข้าง (4 นิ้วมือ ข้างซ้ายและขวา และ 2 นิ้วโป้ง)
  1. ยืนยันลายนิ้วมือ
  • ติดต่อที่หน้าต่าง 10 เพื่อยืนยันลายนิ้วมือ
  • หลังจากยืนยันลายนิ้วมือเรียบร้อย ให้ผู้สมัครไปต่อแถวรอสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล

ติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่เว็บไซต์ของ GSS หรือสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางดังนี้

  • ที่อยู่
    สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร

    เลขที่ 95 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
    สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่
    387 ถนนวิชยานนท์ ตำบล ช้างม่อย อำเภอ เมือง เชียงใหม่ 50300
  • อีเมล
    ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าชั่วคราวและวีซ่าถาวรได้ที่ support-thailand@ustraveldocs.com
  • ศูนย์ข้อมูลวีซ่า
    เวลาทำการ: วันจันทร์ถึงศุกร์ 8.00-20.00 น. (ยกเว้นวันหยุด)
    โทรศัพท์: 02-105-4110 (ในประเทศไทย) หรือ (703)-665-7349 (โทรจากสหรัฐฯ)

สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร
เลขที่ 95 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เนื่องจากทางสถานทูตฯ ไม่มีที่จอดรถให้บริการ ผู้สมัครสามารถเดินทางมายังสถานทูตฯ ได้โดยการใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือรถไฟฟ้าสถานีที่อยู่ใกล้สถานทูตฯ

  • สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต (ใช้ทางออกที่ 5 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที)

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่

387 ถนนวิชยานนท์ ตำบล ช้างม่อย อำเภอ เมือง เชียงใหม่ 50300

  • อยู่ตรงข้ามเทศบาลเชียงใหม่ ใกล้เจดีย์ขาว ติดริมแม่น้ำปิง

ห้องสัมภาษณ์ของสถานทูตฯ และสถานกงสุลเป็นห้องระบบปิดและมีเครื่องปรับอากาศ ในช่วงที่สภาพอากาศย่ำแย่หรือมีมลพิษ ผู้สมัครควรป้องกันตนเองจากมลพิษโดยการสวมหน้ากากอนามัย ผู้สมัครจะต้องถอดหน้ากากออกในขณะการตรวจสอบความปลอดภัยและการเข้าสัมภาษณ์ และสามารถใส่ได้ในช่วงนั่งรอเรียกสัมภาษณ์ที่ห้องรับรอง หากผู้สมัครต้องการนัดสัมภาษณ์ใหม่เนื่องจากระหว่างนั้นมีสภาพอากาศที่แย่ ผู้สมัครสามารถนัดสัมภาษณ์ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำนัดสัมภาษณ์ใหม่สามารถศึกษาได้ที่ “การทำนัดสัมภาษณ์วีซ่า” ที่เว็บไซต์ www.ustraveldocs.com/th_th

สิ่งของต้องห้ามและกฎระเบียบในการเข้ามายังสถานทูตฯ

ผู้ติดต่อสถานทูตฯ ทุกท่านต้องได้รับการตรวจรักษาความปลอดภัยตามขั้นตอนรักษาความปลอดภัยของสถานทูตฯ ท่านสามารถฝากโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องไว้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตู แต่สถานทูตฯ และพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่รับผิดชอบหากเกิดการสูญหายหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับโทรศัพท์มือถือของท่านในขณะที่ฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัย ท่านไม่สามารถเข้าไปในสถานทูตฯ ตามที่นัดหมายไว้ หากนำสิ่งของดังต่อไปนี้มาด้วย

อุปกรณ์บรรจุแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ เช่น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ไดอารี่แบบดิจิทัล วิทยุติดตามตัว กล้องถ่ายรูป ตลับเทป แถบบันทึกวีดิทัศน์ ซีดีรอม เครื่องเล่นเอ็มพีสาม แผ่นดิสก์ คอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว หรือเครื่องเล่นเพลงขนาดพกพา

  • กระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าถือสตรีขนาดใหญ่
  • กระเป๋าถือและกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ กระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่ กระเป๋าใส่เอกสารหรือกระเป๋าเสื้อผ้า ผู้สมัครขอวีซ่าสามารถนำเอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าใส่ถุงหรือกระเป๋าใสเท่านั้น
  • อาหาร (มีร้านกาแฟและของว่างจำหน่ายภายในสถานทูตฯ)
  • ซองหรือพัสดุที่ปิดผนึก
  • บุหรี่ ซิการ์ กล่องไม้ขีด ไฟแช็ก
  • วัตถุมีคมทุกชนิด เช่น กรรไกร มีดพก หรือตะไบ
  • อาวุธหรือวัตถุใดๆ ที่มีสารประกอบระเบิด

รายการสิ่งของที่ไม่ให้นำเข้ามาภายในสถานทูตฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รายการที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น สิ่งของประเภทอื่นอาจไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาภายในสถานทูตฯ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของพนักงานรักษาความปลอดภัย นอกจากโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สถานทูตฯ ไม่รับฝากสิ่งของต้องห้ามที่กล่าวมาข้างต้น ท่านต้องฝากเก็บสิ่งของดังกล่าวไว้ที่อื่นก่อนมาติดต่อสถานทูตฯ

ประกาศสำคัญ: เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม .. 2561 หน้าต่างบริการวีซ่าการทูต/วีซ่าราชการปิดทำการทุกวันพุธสัปดาห์สุดท้ายของแต่ละเดือน

ฝ่ายวีซ่าชั่วคราวเปิดให้บริการสำหรับผู้ขอวีซ่าราชการ (อันได้แก่ นักการทูต ผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศ และ/หรือข้าราชการที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ) ที่มีคุณสมบัติในการยื่นขอวีซ่าประเภท A-1, A-2, G-1, G-2, G-3, G-4 หรือ C-3 (วีซ่าราชการ) ท่านสามารถติดต่อฝ่ายวีซ่าชั่วคราวได้ในวันจันทร์และวันพุธที่เป็นวันทำการของสถานทูตฯ ระหว่างเวลา 13.30-15.00 น.

โปรดทราบว่าสถานกงสุลใหญ่ประจำจังหวัดเชียงใหม่จะไม่รับยื่นเอกสารทำวีซ่าราชการ เนื่องจากวีซ่าประเภทนี้จะดำเนินการที่สถานทูตฯ ในกรุงเทพเท่านั้น

เจ้าหน้าที่กงสุลจะเป็นผู้ตัดสินว่าท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประเภทของวีซ่าราชการที่ได้ระบุไว้ข้างต้นหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่กงสุลพิจารณาว่าท่านไม่มีคุณสมบัติตามที่ได้ระบุไว้ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับขั้นตอนในการยื่นขอวีซ่าประเภทอื่นๆ ที่เหมาะสมกับการเดินทางของท่าน

ช่องบริการสำหรับผู้ขอวีซ่าราชการจะพิจารณารับยื่นคำร้องขอวีซ่าจากผู้สมัครที่เป็นผู้แทนทางราชการดังต่อไปนี้

  • ผู้แทนรัฐบาลไทย
  • ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลก องค์การอนามัยโลก ฯลฯ) หรือ
  • นักการทูตประจำสถานทูตหรือสถานกงสุลต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

ผู้สมัครวีซ่าที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการหรือเป็นผู้แทนขององค์การระหว่างประเทศจะต้องยื่นหนังสือนำ (Diplomatic Note หรือ Note Verbale) ที่ออกโดยองค์การนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากเป็นผู้แทนรัฐบาลไทย หนังสือนำจะต้องออกโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย เป็นต้น สำหรับผู้แทนทางราชการของประเทศอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายให้ไปเป็นนักการทูตประจำสถานทูตต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ท่านจะต้องมีหนังสือนำที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นๆ (หนังสือนำที่ออกโดยสถานทูตจะไม่สามารถใช้ได้ในกรณีนี้)

หนังสือนำทางราชการที่นำมายื่นจะต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้สมัครวีซ่าดังต่อไปนี้

  1. ชื่อ-สกุล และวันเดือนปีเกิด
  2. ยศและตำแหน่ง
  3. ระบุสถานที่ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่หรือสถานที่ที่จะไปเยือน
  4. วัตถุประสงค์ในการเดินทาง
  5. รายละเอียดของหน้าที่และลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย
  6. วันเดินทาง
  7. ระยะเวลาของการปฏิบัติหน้าที่ในสหรัฐอเมริกา
  8. รายละเอียดของบุคคลครอบครัวที่จะเดินทางติดตามไปด้วย ให้ระบุชื่อ-สกุล วันเดือนปีเกิด และความสัมพันธ์ของบุคคลนั้นๆ กับผู้สมัครวีซ่าราชการ

ขั้นตอนในการยื่นใบสมัครที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ

หากท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการขอวีซ่าราชการหรือวีซ่านักการทูต ท่านควรประสานงานกับเจ้าหน้าที่ธุรการในหน่วยงานของท่านที่เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการขอวีซ่า ท่านต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ให้ถูกต้องและครบถ้วน โดยกรอกข้อมูลตามรายละเอียดการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการของท่าน และพิมพ์ใบยืนยันฟอร์ม DS-160 ออกมา ท่านจะต้องยื่นเอกสารที่ช่องบริการผู้ขอวีซ่าราชการหรือวีซ่านักการทูตในวันเวลาที่ระบุไว้ข้างต้น เอกสารที่ต้องยื่นได้แก่

  • ใบยืนยันฟอร์ม DS-160
  • หนังสือเดินทางทูตหรือหนังสือเดินทางราชการเล่มปัจจุบัน
  • รูปถ่าย 1 ใบที่ตรงตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้
  • หนังสือราชการที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศหรือออกโดยองค์การระหว่างประเทศ
  • หนังสือเชิญที่ระบุถึงวัตถุประสงค์ในการเดินทางตลอดจนรายละเอียดการไปปฏิบัติหน้าที่ทางราชการที่สหรัฐฯ โดยหนังสือฉบับนี้ (ฉบับภาษาอังกฤษ) จะต้องออกโดยหน่วยงานหรือองค์การที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ

ผู้สมัครวีซ่าประเภทนี้จะได้รับการยกเว้นการชำระค่าธรรมเนียมขอวีซ่า นอกเสียจากว่าเจ้าหน้าที่กงสุลพิจารณาว่าท่านไม่เข้าข่ายที่จะได้รับวีซ่าราชการเหล่านี้

หมายเหตุ: เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าต่างๆ ในการดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปถ่ายที่ท่านยื่นมากับใบสมัครนั้นถูกต้องตามคุณสมบัติที่ได้กำหนดไว้ โดยท่านจะสามารถอ่านรายละเอียดคุณสมบัติรูปถ่ายได้จากเว็บไซต์นี้

ท่านหรือผู้ประสานงานที่มาติตต่อเพื่อขอวีซ่าราชการแทนท่าน จะต้องมายื่นใบสมัครวีซ่าและเอกสารที่ระบุไว้ทั้งหมดข้างต้น อย่างน้อย 4 วันทำการก่อนวันกำหนดเดินทางของท่าน เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาใบสมัครวีซ่าและเอกสารต่างๆ และพิจารณาว่าท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการยื่นขอวีซ่าราชการหรือไม่

หากท่านมีคุณสมบัติที่จะได้รับการอนุมัติวีซ่าราชการหรือวีซ่านักการทูต ทางสถานทูตฯ จะยกเว้นข้อบังคับในการพิมพ์ลายนิ้วมือของท่าน และท่านจะได้รับการยกเว้นในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าเช่นกัน โปรดทราบว่าหากท่านได้ชำระค่าธรรมเนียมใดๆ ไปแล้ว เราจะไม่สามารถคืนเงินให้ท่านได้ ทางสถานทูตฯ จะดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับวีซ่าของท่าน และท่านจะสามารถมารับหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้วในวันจันทร์หรือวันพุธที่ช่องบริการวีซ่านักการทูต ตั้งแต่เวลา 13.30-15.00 น.

อย่างไรก็ดี หากพบว่าผู้สมัครไม่มีคุณสมบัติในการยื่นขอวีซ่าราชการหรือวีซ่านักการทูต ทางสถานทูตจะคืนใบสมัครให้กับท่านหรือผู้ที่มาดำเนินการแทนท่าน หลังจากนั้นท่านต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ฉบับใหม่ที่ระบุประเภทวีซ่าที่ถูกต้อง โดยท่านจะต้องทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าผ่านทางเว็บไซต์หรือทางโทรศัพท์ และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (อาจจะยกเว้นในบางกรณีสำหรับท่านที่ถือหนังสือเดินทางทูต) ในวันที่ท่านมาเข้ารับการสัมภาษณ์ ท่านจะต้องนำหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า และหนังสือนำราชการที่ระบุวัตถุประสงค์ในการเดินทางมายื่นประกอบการพิจารณาด้วย

ผู้ขอวีซ่าประเภท A3 และ G5 (ลูกจ้างส่วนตัวของผู้แทนรัฐบาลไทย หรือลูกจ้างส่วนตัวของผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ) จะต้องมีการลงทะเบียนในฐานข้อมูล TOMIS ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก่อนที่ท่านจะยื่นขอวีซ่า ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนบนระบบ TOMIS ได้ที่ DomesticWorkers@state.gov

วีซ่าผู้ประกอบการค้า (E-1) และนักลงทุนตามสนธิสัญญา (E-2) เป็นวีซ่าสำหรับพลเมืองของประเทศซึ่งสหรัฐฯ ได้ทำสนธิสัญญาทางการค้าและการเดินเรือด้วย ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศคู่สนธิสัญญาดังกล่าว สำหรับรายชื่อประเทศที่มีสนธิสัญญาการค้าขายกับสหรัฐฯ คลิกที่นี่

ท่านจะมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครวีซ่าผู้ประกอบการค้า (E-1) และนักลงทุนตามสนธิสัญญา (E-2) ได้หากเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯ เพื่อ:

  • ประกอบธุรกิจซึ่งมีมูลค่ามากและประเภทของธุรกิจดังกล่าวอาจหมายรวมถึงการให้บริการหรืองานด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันและเป็นการค้าหลักๆ ระหว่างประเทศสหรัฐฯ และประเทศคู่สนธิสัญญา
  • เพื่อพัฒนาและบริหารจัดการธุรกิจซึ่งผู้สมัครได้ลงทุนกับธุรกิจด้วยมูลค่ามาก
  • หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่านักลงทุนตามสนธิสัญญา (E-2) คลิกที่นี่

คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีซึ่งยังไม่ได้แต่งงานของผู้ค้า นักลงทุนตามสนธิสัญญา หรือพนักงานของบริษัทสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อร่วมเดินทางหรือติดตามผู้สมัครไปสหรัฐฯ ได้ และผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติเดียวกับผู้สมัครหลัก

วีซ่าประเภท E อนุญาตให้ผู้ค้า/นักลงทุนตามสนธิสัญญาและครอบครัวอาศัยในประเทศสหรัฐฯ ตามระยะเวลาที่กำหนดโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) วีซ่าประเภท E เป็นวีซ่าชั่วคราว ซึ่งอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าพำนักในประเทศสหรัฐฯ ตามเงื่อนไขที่กำหนดตลอดอายุของวีซ่า ผู้ถือวีซ่าประเภท E ต้องมีความประสงค์ที่จะเดินทางออกจากประเทศสหรัฐฯ เมื่อสถานะวีซ่าประเภท E นั้นสิ้นสุดลง ผู้ติดตามไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานที่สหรัฐฯ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับการอนุมัติจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในสหรัฐฯ

คุณสมบัติผู้สมัครวีซ่าประเภท E
กรุณาเลือกประเภทวีซ่าประเภท E ที่ตรงกับท่าน

วิธีการสมัคร
สำหรับวิธีการสมัครวีซ่าประเภท E คลิกที่นี่

การดำเนินวีซ่าต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใด
เนื่องจากกระบวนการพิจารณาเอกสารประกอบวีซ่าประเภท E อาจต้องใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์ สถานทูตฯ ต้องได้รับเอกสารจากท่านอย่างน้อย 15 วันทำการ ก่อนวันนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าของท่าน หากท่านไม่ได้ส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนดอาจทำให้ท่านไม่ได้รับการสัมภาษณ์ตามวันนัดหมายเดิมของท่าน ท่านต้องเลื่อนวันนัดสัมภาษณ์ไปอีกอย่างน้อย 3 สัปดาห์หลังจากยื่นเอกสาร ท่านสามารถนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้ทั้งหมด 3 ครั้ง หากครบกำหนด ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่และเริ่มกระบวนการยื่นใบสมัครใหม่อีกครั้ง ฉะนั้นท่านควรเตรียมเอกสารให้ครบก่อนนัดสัมภาษณ์วีซ่า

วิธีการยื่นเอกสารเพิ่มเติม
หากท่านโดนปฏิเสธภายใต้มาตรา 221 (g) ของกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐอเมริกา หมายความว่า ท่านขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเอกสารหรือข้อมูลไม่ครบถ้วนพอที่ทางแผนกวีซ่าชั่วคราวจะออกวีซ่าให้กับท่านได้ ท่านจะได้รับจดหมายอธิบายเกี่ยวกับวิธีการส่งเอกสารเพิ่มเติม ท่านไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่สำหรับการยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายในหนึ่งปีนับจากวันที่ได้รับจดหมายขอเอกสารเพิ่มเติม

หากท่านโดนปฎิเสธวีซ่า
หากท่านโดนปฏิเสธภายใต้มาตรา 214(b) ของกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐอเมริกา ทางสถานทูตฯ แนะนำว่าผู้สมัครควรจะสมัครวีซ่าใหม่หลังจากที่สถานภาพ ความผูกพันทางครอบครัว ทางสังคม ทางการงาน หรือทางเศรษฐกิจ ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือหากท่านเชื่อว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ที่ท่านไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบระหว่างการสัมภาษณ์ที่ผ่านมา

หากท่านมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าสำหรับผู้ประกอบการค้าและผู้ลงทุนตามสนธิสัญญา โปรดส่งอีเมลมาที่ BangkokBusinessTravel@state.gov