ข่าวและเหตุการณ์

สหรัฐอเมริกาบริจาคตู้เย็นเก็บวัคซีนเพื่อช่วยไทยต่อสู้โรคโควิด-19

สหรัฐอเมริกาบริจาคตู้เย็นเก็บวัคซีนเพื่อช่วยไทยต่อสู้โรคโควิด-19 ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทย เป็นประธานในพิธีส่งมอบตู้เย็นเก็บวัคซีนจำนวน 200 เครื่องซึ่งสหรัฐฯ บริจาคให้แก่ประเทศไทยเพื่อสนับสนุนความพยายามในการกระจายวัคซีนที่จะช่วยชีวิตประชาชนชาวไทย วันนี้ที่กระทรวงสาธารณสุข พลเรือเอก จอห์น ซี. อากีลีโน ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ส่งมอบตู้เย็นเก็บวัคซีนให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยการบริจาคที่มีมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (40.5 ล้านบาท) ในครั้งนี้จะเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บวัคซีน mRNA ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพให้กับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลของภาครัฐจำนวน 114 แห่งทั่วประเทศในพื้นที่ที่วัคซีนเป็นที่ต้องการมากที่สุด “สหรัฐฯ ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ไทยมากว่า 200 ปี โดยจับมือกันเสริมสร้างการค้าระดับทวิภาคี ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ พัฒนาการสาธารณสุข และส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาค” พลเรือเอกอากีลีโนกล่าว รองนายกรัฐมนตรีอนุทินกล่าวว่า “ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ในความเอื้อเฟื้อที่ได้มอบตู้เย็นเก็บวัคซีนจำนวน 200 เครื่องเพื่อสนับสนุนการตอบโต้โรคโควิดของไทย” และเสริมว่า “แม้ว่าตู้เย็นเก็บวัคซีนจะมีอุณหภูมิที่เย็น แต่ไมตรีของเรานั้นอบอุ่นยิ่ง” เจ้าหน้าที่ฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับประชาชน ได้เริ่มจัดส่งตู้เย็นเหล่านี้แล้วเพื่อให้ไปถึงพื้นที่ที่ต้องการอย่างรวดเร็ว อันได้แก่ โรงพยาบาลบางละมุงในจังหวัดชลบุรี และโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชในจังหวัดลพบุรี หน่วยสนับสนุนประชาชนของกองทัพบกสหรัฐฯ (CMSE) ซึ่งเป็นทีมหลักของฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับประชาชน ...
อ่านเพิ่มเติม»

คำกล่าวโดย พลเรือเอก จอห์น ซี. อากีลีโน ในพิธีส่งมอบตู้เย็นเก็บวัคซีน mRNA ณ กระทรวงสาธารณสุข

คำกล่าวโดย พลเรือเอก จอห์น ซี. อากีลีโน ในพิธีส่งมอบตู้เย็นเก็บวัคซีน mRNA ณ กระทรวงสาธารณสุข 12 ตุลาคม 2564 (ดังที่ปรากฏเป็นคำร่าง) ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณอนุทิน ท่านอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่าน สวัสดีครับ และขอขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้อยู่กับทุกท่านที่นี่ในวันนี้ที่กระทรวงสาธารณสุข ผมยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนไทย มิตรประเทศชิดใกล้และพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของเราในภูมิภาคนี้ ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ผมยินดีที่ได้อยู่ที่นี่กับเพื่อน ๆ ในขณะที่เราร่วมมือกันเพื่อเอาชนะการระบาดของโรคโควิด-19 สหรัฐฯ และไทยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมากว่า 200 ปี โดยเสริมสร้างการค้าระดับทวิภาคี ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ ส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาค และพัฒนาการสาธารณสุขดังที่เราได้เห็นที่นี่ในวันนี้ พันธไมตรีของเรายังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนค่านิยมและผลประโยชน์ร่วมกันของเราในทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก วันนี้ สหรัฐฯ และไทยทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้ประชาชนของเราปลอดภัยจากโรคโควิด สหรัฐฯ ในความร่วมมือกับรัฐบาลไทย ได้ให้คำมั่นไปแล้วว่าจะบริจาควัคซีนให้กับประชาชนชาวไทยรวมทั้งหมดกว่า 2.5 ล้านโดส วัคซีนเหล่านี้มีอัตราประสิทธิภาพสูง และเราจะยังคงสนับสนุนรัฐบาลไทยในการมอบวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่าง ๆ เพื่อฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยรวมไปถึงความช่วยเหลือใน จังหวัดสระบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดกาญจนบุรี และในชุมชนคลองเตยเมื่อเกิดเหตุการณ์โควิดระบาดเป็นกลุ่มก้อน นอกจากนี้ เรายังได้มอบตู้เย็นจำนวน 200 เครื่องให้แก่โรงพยาบาลและสถานพยาบาลของภาครัฐ ...
อ่านเพิ่มเติม»

สถานทูตสหรัฐฯ และแขกผู้มีเกียรติร่วมฉลองการเริ่มก่อสร้างอาคารแห่งใหม่

สถานทูตสหรัฐฯ และแขกผู้มีเกียรติร่วมฉลองการเริ่มก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ วันนี้ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล ฮีธ และนายวิชชุ เวชชาชีวะ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติหลายท่าน ร่วมพิธีเปิดหน้าดินโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของสถานทูตสหรัฐฯ อันเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และไทย ซึ่งมีรากฐานอยู่ในประวัติศาสตร์และมุ่งก้าวสู่อนาคต อุปทูตฮีธ กล่าวว่า “ในปี 2560 เป็นโอกาสครบรอบ 200 ปีแห่งมิตรภาพระหว่างเราทั้งสองชาติ ในปี 2563 เราเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ในเชียงใหม่ และได้มีพิธีเปิดหน้าดินสถานกงสุลหลังใหม่ไปแล้ว วันนี้ ผมภูมิใจที่ได้เปิดหน้าดินร่วมกับทุกท่านในพื้นที่ซึ่งเป็นตัวอย่างล่าสุดของความทุ่มเทเพื่ออนาคตที่เรามีร่วมกับไทย” อธิบดีวิชชุ กล่าวว่า “อาคารสำนักงานสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ทุกแห่งในประเทศไทย มิได้เป็นเพียงแค่อิฐและปูน แต่ประกอบขึ้นด้วยมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นสัญลักษณ์สะท้อนความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการเดินหน้าร่วมกับประเทศไทยในทุกสถานการณ์ บนพื้นฐานของค่านิยมและผลประโยชน์ร่วมกัน อาคารใหม่แห่งนี้จะเป็นสัญลักษณ์และช่วยผลักดันเป้าหมายและความพยายามร่วมกันในอนาคตระหว่างไทยกับสหรัฐฯ” รูปแบบอาคารและภูมิทัศน์สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมของไทย โดยมีการใช้โครงสร้างคล้ายชานเพื่อสร้างพื้นที่พบปะที่มีร่มเงา ตลอดจนมีลักษณะการออกแบบสไตล์ล้านนา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทยเดิมของภาคเหนือ โครงการก่อสร้างอาคารที่ทันสมัยนี้ยังตั้งเป้าที่จะได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมระดับ Silver ภายใต้มาตรฐาน Leadership in Energy and Environmental Design (LEED) ...
อ่านเพิ่มเติม»

USTDA สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

USTDA สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Trade and Development Agency: USTDA) มอบทุนช่วยเหลือให้แก่บริษัทเอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SCG International) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดโดยเครือเอสซีจี กลุ่มธุรกิจชั้นนำของไทย ทุนช่วยเหลือดังกล่าวจะช่วยยกระดับกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่บริษัทตั้งเป้าไว้ USTDA จะช่วยจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศไทย ทางบริษัท SCG International ได้เลือกให้บริษัท Black & Veatch Management Consulting ในรัฐแคนซัสเป็นหน่วยงานที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการพัฒนาดังกล่าว Enoh T. Ebong รักษาการผู้อำนวยการ USTDA กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง USTDA และบริษัท SCG International จะกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวของไทย อีกทั้งยังนำมาซึ่งประโยชน์อันมากมายมหาศาล รวมไปถึงการมีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ความช่วยเหลือของเรายังเปิดโอกาสให้บริษัทของสหรัฐฯ ได้เป็นหุ้นส่วนกับประเทศไทย ซึ่งต้องการบริการโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ” การศึกษาของ USTDA จะวิเคราะห์กลยุทธ์โดยละเอียด ตลอดจนวางแผนงานเพื่อเร่งรัดการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนแบบบูรณาการ ...
อ่านเพิ่มเติม»

สหรัฐฯ-ไทยพัฒนาเครือข่ายภาคีความร่วมมือใหม่ ต่อยอดความสำเร็จในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่า

สหรัฐฯ-ไทยพัฒนาเครือข่ายภาคีความร่วมมือใหม่ ต่อยอดความสำเร็จในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่า ภาคีความร่วมมือ อันได้แก่ แหล่งทุน หน่วยงานระดับภูมิภาคและนานาชาติ ตลอดจนหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรด้านการอนุรักษ์ ได้ร่วมกันพัฒนาเครือข่ายภาคีเพื่อยกระดับความร่วมมือและดำเนินงานเพื่อให้การลงทุนต่อต้านการค้าสัตว์ป่าในภูมิภาคเอเชียมีประสิทธิผลย ิ่งขึ้น ภาคีและองค์กรเหล่านี้ได้ออกเอกสารสรุปข้อเจรจา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวทางความร่วมมือสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ และมุ่งไปสู่การฟื้นฟูหลังจากนี้ ช่องทางการสื่อสารในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในภูมิภาคเอเชียถือเป็นหนึ่งในผลสำเร็จจากการประชุมระหว่างภาคีเพื่อกา รต่อต้านการค้าสัตว์ป่า ตั้งแต่วันที่ 21-23 กันยายน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชของไทยร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นทางออนไลน์ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ไมเคิล ฮีธ ได้กล่าวระหว่างการประชุม ซึ่งเป็นผลสำเร็จของโครงการ USAID Wildlife Asia ว่า “ประธานาธิบดีไบเดนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงเวลาวิกฤติที่โลกกำลังเผชิญกับปัญหาสภาพภูมิอากาศ โครงการ USAID Wildlife Asia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมของเรา ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศและระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อยุติ ต่อต้าน และขัดขวางอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมข้ามชาติ เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนับสนุนการจัดการประชุมระหว่างภาคีเพื่อต่อต้านการค้าสัตว์ป่าในครั้งนี้ ร่วมกับภาคีที่ยืนยาวอย่างสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายใต้รัฐบาลไทย ในขณะที่เราร่วมมือกันยกระดับความพยายามต่อต้านการค้าสัตว์ป่า” นายลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ...
อ่านเพิ่มเติม»