ตำแหน่งงานว่างของสถานทูตฯ

โอกาสในการร่วมงานกับเรา

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยมีนโยบายที่ให้โอกาสที่เท่าเทียมกันและการปฏิบัติที่ยุติธรรมและเป็นธรรมในการจ้างงานต่อทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา เพศ แหล่งกำเนิด อายุ ความทุพพลภาพ แนวคิดทางการเมือง สถานภาพสมรส หรือความโน้มเอียงทางเพศ นอกจากนี้เรามุ่งมั่นที่จะทำให้นโยบายนี้ประสบผลสำเร็จสำหรับการปฏิบัติการงานบุคคลที่เท่าเทียมกันผ่านโครงการต่างๆที่ส่งเสริมความหลากหลายอย่างต่อเนื่องสำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคลฯมองหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติของพนักงาน 8 ประการ ตามลิงก์นี้ (PDF 128KB) เพื่อเข้าร่วมงานกับเรา

ผู้มีสิทธิ์ในการสมัครงาน

เฉพาะผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่ประกาศในหัวข้อ “OPEN TO” ของประกาศตำแหน่งงานว่างจะได้รับการพิจารณาในตำแหน่งงานนั้นๆ ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาคลิกที่นี่ (คำจำกัดความ)

ประกาศตำแหน่งงานว่าง:

คลิกลิงค์ด้านล่างเพื่อดูประกาศตำแหน่งว่างทั้งหมดและเพื่อสมัครงานในตำแหน่งต่างๆที่คุณมีคุณสมบ้ติตามที่กำหนด

หมายเหตุ: สำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคลฯแนะนำให้ผู้สมัครส่งใบสมัครงานทั้งตำแหน่งระดับปกติ (Full performance) และตำแหน่งระดับผู้ฝึกงาน (T – Trainee) ถ้าตำแหน่งงานนั้นๆเปิดรับสมัครทั้งสองระดับ เพื่อให้ผู้สมัครได้รับการพิจารณาสำหรับตำแหน่งงานที่ผู้สมัครมีคุณสมบัติตรง สำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคลฯจะเป็นผู้ตัดสินว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามตำแหน่งนั้นๆหรือไม่ ทั้งนี้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบตามที่ตำแหน่งระดับปกติ (Full performance) จะได้รับการพิจารณาก่อน

วิธีการสมัครงาน

กรุณาปฏิบัติตามข้อแนะนำและเกณฑ์การส่งใบสมัครงานที่ประกาศบนเว็บไซต์อย่างเคร่งครัด กรุณาส่งใบสมัครพร้อมแนบเอกสารประกอบให้ครบถ้วนภายในวันปิดรับสมัครของแต่ละตำแหน่งงานนั้นๆ หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ใบสมัครของคุณจะไม่ได้รับพิจารณา

หมายเหตุ:

  • ประกาศตำแหน่งงานใหม่จะประกาศหลังเที่ยงวันของวันที่เปิดรับสมัคร
  • ประกาศตำแหน่งงานปัจจุบันที่จะปิด จะถูกดึงออกจากระบบภายในเที่ยงคืนของวันที่ปิดรับสมัคร  สำนักงานบริหารทรัพยากรบุคคลฯ แนะนำให้ผู้สมัครส่งใบสมัครงานพร้อมแนบเอกสารตามที่กำหนดก่อนเที่ยงคืนของวันที่ปิดรับสมัคร

สิทธิ์ในการได้รับการพิจาณาว่าจ้างก่อน

ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มประเภทที่ได้สิทธิ์ในการว่าจ้างก่อนจะได้รับสิทธิ์ในการพิจาณาว่าจ้างก่อนผู้สมัครอื่นโดยเรียงลำดับตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ผู้สมัครจะต้องแสดงสถานะของตนให้ถูกต้องพร้อมส่งหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาภายในวันปิดรับสมัคร หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ผู้สมัครจะไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้

คำถามพบบ่อย

คำถาม: ฉันควรทำอย่างไร หากลืมรหัสผ่าน

คำตอบ: คลิกที่ลืมรหัสผ่าน หรือ “Forgotten Password” แล้วตอบคำถามลับที่คุณตั้งค่าไว้ตอนสร้างบัญชีออนไลน์

คำถาม: ฉันควรทำอย่างไร หากลืมคำตอบลับที่ตั้งไว้เพื่อความปลอดภัย หรือบัญชี ERA ของฉันถูกล็อค หลังจากที่ฉันพิมพ์รหัสผ่านผิดสามครั้ง 

คำตอบ: หลังจากที่คุณใส่รหัสผิดเกินสามครั้ง บัญชีออนไลน์ของคุณถูกล็อคโดยถาวร คุณจะต้องสร้างบัญชีออนไลน์ใหม่ด้วยอีเมลใหม่ และต้องพิมพ์ข้อมูลใหม่ทั้งหมด เมื่อไม่แน่ใจหรือจำรหัสผ่านไม่ได้ อย่ารอให้ผิดถึงสามครั้ง ควรคลิกที่ลืมรหัสผ่าน หรือ “Forgotten Password” และตอบคำถามลับที่คุณเคยตั้งค่าไว้ตอนสร้างบัญชีออนไลน์ให้ถูกต้องเพื่อทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน

คำถาม: ฉันต้องกรอกใบสมัครออนไลน์เป็นภาษาอังกฤษหรือไม่

คำตอบ: ใช่ คุณต้องกรอกข้อมูลในใบสมัครออนไลน์เป็นภาษาอังกฤษให้ครบถ้วนถูกต้อง

คำถาม: ฉันควรสมัครงานทั้งสองระดับหรือไม่ หากตำแหน่งงานที่สนใจ เปิดรับสมัครทั้งระดับ Full Performance และระดับฝึกงาน (Trainee – (T))

คำตอบ: คุณควรจะสมัครงานทั้งสองประกาศตำแหน่งงานเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาในตำแหน่งนั้นมากขึ้น โดยวัตถุประสงค์ของการประกาศตำแหน่งงานทั้งสองระดับเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามข้อกำหนดของตำแหน่งงานที่ระดับ Full Performance แต่มีคุณสมบัติตรงตามประกาศระดับฝึกงาน (Trainee – (T)) ได้รับการพิจารณาที่ระดับฝึกงาน

อย่างไรก็ตามผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามตำแหน่งงานที่ระดับ Full Performance จะได้รับการพิจารณาก่อนผู้สมัครมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระดับฝึกงาน (Trainee – (T))

คำถาม: ฉันสามารถสมัครงานได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่งในเวลาเดียวกันหรือไม่?

คำตอบ: คุณสามารถสมัครตำแหน่งงานที่คุณมีคุณสมบัติตรงตามที่ประกาศได้ไม่จำกัดจำนวน รวมถึงตำแหน่งที่เคยสมัครแล้วแต่ไม่ได้รับเลือก กรุณาอ่านข้อกำหนดในการสมัครงานแต่ละตำแหน่งตามหัวข้อต่อไปนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีคุณสมบัติตามที่ประกาศไว้

  • ประเภทของผู้สมัคร: ควรตรวจสอบว่าคุณมีคุณสมบัติที่จะสมัครงานในตำแหน่งงานนั้นๆ หรือไม่ โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อ ผู้มีสิทธิ์ในการสมัครงาน
  • คุณสมบัติตามประกาศ: คุณต้องมีคุณสมบัติตรงและครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในประกาศตำแหน่งงานเพื่อที่จะได้รับการพิจารณา
  • เอกสารที่ใช้ประกอบ: แต่ละตำแหน่งงานต้องการเอกสารประกอบที่ต่างกัน ก่อนที่คุณจะส่งใบสมัครทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลในใบสมัครงานพร้อมเอกสารที่ใช้ประกอบให้ครบถ้วนถูกต้อง รวมถึงบรรยายคุณสมบัติดังต่อไปนี้ของคุณให้ชัดเจน ได้แก่การศึกษา ประสบการณ์ทำงาน ความรู้และทักษะในงานที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของตำแหน่งงานนั้นๆ อย่างไรบ้าง เช่นถ้าตำแหน่งงานต้องการทักษะด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คุณต้องระบุทักษะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในใบสมัครของให้ครบถ้วน

คำถาม: หากส่งใบสมัครไปแล้ว ฉันยังจะสามารถแก้ไขใบสมัครรวมถึงเพิ่มหรือลบเอกสารได้หรือไม่?

คำตอบ: คุณสามารถแก้ไขใบสมัครออนไลน์ได้จนถึงวันที่ตำแหน่งนั้นๆ ปิดรับสมัครงาน

คำถาม: ฉันจะต้องทำอย่างไรบ้างหากต้องการยกเลิกใบสมัครงานสำหรับบางตำแหน่งที่ได้ส่งใบสมัครไปแล้ว

คำตอบ: คุณสามารถยกเลิกใบสมัครที่ส่งมาได้ผ่านระบบออนไลน์ตราบใดที่ตำแหน่งงานนั้นยังไม่ปิดรับสมัคร โดยเข้าไปที่ Dashboard ของคุณเพื่อดูตำแหน่งงานที่เคยสมัครงานแล้วทั้งหมด แล้วกด withdraw application เพื่อยกเลิกใบสมัครของตำแหน่งงานที่ไม่ต้องการได้ทันที แต่หากตำแหน่งงานนั้นปิดรับสมัครไปแล้ว คุณจะไม่สามารถทำการแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อมูลได้อีก ดังนั้นคุณจะต้องส่งอีเมลแจ้งความจำนงมาที่ bkkrecruitment@state.gov โดยระบุชื่อของคุณและเบอร์ประกาศตำแหน่งงานที่ต้องการยกเลิกใบสมัครนั้นๆ

คำถาม: ฉันจะต้องทำอย่างไรบ้าง หากต้องการสมัครงานใหม่อีกครั้งในกรณีที่ฉันยกเลิกใบสมัครงานไปแล้ว

คำตอบ: คุณสามารถสมัครงานใหม่อีกครั้งหลังจากที่คุณยกเลิกใบสมัครไปแล้ว ทั้งนี้คุณต้องแก้ไขภายในวันปิดรับสมัครของตำแหน่งงานนั้นๆ โดยไปที่หน้า ‘Dashboard’ กด ‘Edit Application’ ในตำแหน่งที่ต้องการ ข้อมูลการสมัครงานจะปรากฎ ให้กด ‘Edit’ ในหัวข้อ ‘Series, Grade, Location’ และกด ‘Reapply’ ที่หัวข้อ ‘Grade’ เสร็จแล้วกด ‘Save’

คำถาม: ฉันจะได้รับการติดต่อจากสถานทูตเมื่อไหร่เพื่อทราบถีงสถานะใบสมัครของฉัน?

คำตอบ: เนื่องจากมีใบสมัครจำนวนมาก ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจึงติดต่อเฉพาะผู้สมัครที่เข้าสู่รอบสัมภาษณ์เท่านั้น ดังนั้นหากคุณไม่ได้รับการติดต่อกลับภายในสองเดือนหลังจากวันที่ปิดรับสมัคร ให้ถือว่าตำแหน่งนั้นๆ ได้คัดเลือกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คำถาม: ฉันควรกรอกประสบการณ์การทำงานในใบสมัครออนไลน์อย่างไร?

คำตอบ: คุณควรกรอกประสบการณ์ทำงานให้ครบถ้วนถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและบรรยายรายละเอียดของงานที่เคยทำมาอย่างละเอียดโดยเริ่มจากตำแหน่งงานปัจจุบันก่อนบรรยายประสบการณ์ทำงานในอดีต พร้อมระบุจำนวนชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ หากคุณทำงานมากกว่าหนึ่งตำแหน่งงานในช่วงเวลาเดียวกัน หรือหากคุณมีชั่วโมงการทำงานที่ไม่แน่นอนในแต่ส้ปดาห์ ให้ใส่จำนวนชั่วโมงโดยเฉลี่ยที่คุณทำงานในแต่ละสัปดาห์สำหรับแต่ละตำแหน่งงานนั้นๆ โดยไม่รวมช่วงเวลาพักเข้ามาในชั่วโมงการทำงาน นอกจากนี้คุณสามารถใส่ช่วงเวลาทำงานในฐานะที่เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว นักศึกษาฝึกงาน หรืออาสาสมัครโดยดูตัวอย่างดังต่อไปนี้

Company Title Type From To Hours/Week
A Admin. Clerk Full Time July 2016 Current 40 hrs/wk
A Receptionist Full Time May 2014 June 2016 40 hrs/wk
B Operator Full Time June 2013 April 2014 48 hrs/wk
C English Tutor Intermittent May 2013 March 2014 6 hrs/wk
D Internship Full Time January 2013 July 2013 35 hrs/wk
E Cashier Part Time June 2012 January 2013 15 hrs/wk

 

คำถาม: ฉันควรทำอย่างไรเมื่อไม่มีหัวข้อเอกสารที่ต้องการอัพโหลด เช่น ใบเปลี่ยนชื่อนามสกุล

คำตอบ: คุณสามารถอัพโหลดเอกสารอื่นๆ โดยเลือกหัวข้อ ‘Other Document’ ในกรณีที่ไม่มีรายการเอกสารตรงตามที่ต้องการ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล โดยระบุรายละเอียดของเอกสารดังกล่าวใน Document Description ว่าเป็น ‘certificate of name change’ เพื่อให้เกิดความชัดเจน

คำถาม: ทำไมฉันต้องชี้แจงระดับทักษะทางภาษาไทยทั้งที่ฉันเป็นคนไทย

คำตอบ: ผู้สมัครทุกสัญชาติต้องชี้แจงว่ามีทักษะทางภาษาต่างๆ ตามที่ประกาศในแต่ละตำแหน่งงานหรือไม่ โดยส่วนใหญ่ทุกตำแหน่งต้องการผู้สมัครที่มีทักษะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อาจมีบางตำแหน่งที่ต้องการทักษะทางภาษาอื่นๆ นอกเหนือจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้สมัครจะต้องชี้แจงทักษะทางภาษานั้นๆ ให้ครบถ้วนตามประกาศตำแหน่งงาน

คำถาม: ฉันสามารถส่งผลคะแนน TOEIC (การฟังและการอ่าน) หลังจากวันที่ปิดรับสมัครได้หรือไม่ ในกรณีที่ตำแหน่งงานนั้นต้องการผลคะแนน TOEIC เพื่อประกอบการสมัครงาน

คำตอบ: ไม่ได้ คุณจะต้องส่งผลคะแนน TOEIC (การฟังและการอ่าน) ที่ยังไม่หมดอายุภายในวันที่ปิดรับสมัครจึงจะได้รับการพิจารณาสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ

คำถาม: ฉันสามารถส่งคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอื่น ๆ (เช่น TOEFL, IELTS) แทนคะแนน TOEIC ได้หรือไม่

คำตอบ: คุณไม่สามารถใช้ผลคะแนนภาษาอังกฤษประเภทอื่นๆ ส่งแทนผลคะแนน TOEIC (การฟังและการอ่าน)ได้

คำถาม: สถานทูตฯ จะจ่ายค่าธรรมเนียมในการสอบ TOEIC ให้ฉันหรือไม่

คำตอบ: ผู้สมัครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสอบ TOEIC เอง

คำถาม: บางตำแหน่งงานเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสามารถทำแบบทดสอบ ภาษาอังกฤษ (EPT) ที่สถานทูตฯ จัดสอบ หากฝ่ายบุคคลของสถานทูตฯ ติดต่อให้ฉันเข้าไปทำแบบทดสอบ ฉันต้องจ่ายค่าสอบหรือไม่

คำตอบ: ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการสอบภาษาอังกฤษ (EPT) ที่จัดโดยฝ่ายบุคคลของสถานทูตฯ หากคุณได้รับเชิญให้มาทำแบบทดสอบดังกล่าว

คำถาม: หากฉันไม่ใช่คนไทย ฉันต้องมีใบอนุญาตพำนักอาศัยในประเทศไทย (Thai Residency Permit) เพื่อที่จะทำงานกับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐประจำประเทศไทยใช่หรือไม่

คำตอบ: ใช่ คุณต้องอัพโหลดวีซ่าและใบอนุญาตพำนักอาศัยในประเทศไทยที่แสดงว่าคุณสามารถพำนักและทำงานในประเทศไทยพร้อมกับใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครงานอื่นๆที่ระบุตามประกาศตำแหน่งงานภายในวันที่ปิดรับสมัคร ทั้งนี้สถานทูตสหรัฐฯ ไม่สามารถให้การสนับสนุนในการออกเอกสารใดๆ ให้แก่คุณได้

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการได้รับใบอนุญาตพำนักอาศัยในประเทศไทย โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยโดยตรง

หากคุณถือสัญชาติอเมริกันและต้องการสมัครงานเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถูกมอบหมายให้มาปฏิบัติภารกิจตามประเทศต่างๆ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ต่อไปนี้

หากคุณเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือผู้ติดตามของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ที่มาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทย (USEFM, AEFM, EFM หรือ MOH) ให้อัพโหลดเอกสารในการมาปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่มาเพื่อประกอบการสมัครงานด้วย

คำถาม: หากมีญาติทำงานในหน่วยงาน/สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ฉันสามารถสมัครงานได้หรือไม่

คำตอบ: ได้ หากตำแหน่งที่คุณสมัครงานไม่ได้ทำงานอยู่ภายใต้สายงานบังคับบัญชาเดียวกัน หรือทำงานในตำแหน่งที่อาจมีผลประโยชน์เกื้อหนุนกัน โดยคุณจะต้องชี้แจงในใบสมัครให้ชัดเจนทุกครั้งในกรณีที่มีญาติทำงานในสถานทูต/หน่วยงานของสหรัฐอเมริกาฯ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกใกล้ชิดที่มีสายสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือโดยการแต่งงาน เช่น คู่สมรส บุตรสาว/ชาย มารดา/บิดา พี่ชาย/น้องชาย พี่สาว/น้องสาว น้า ป้า อา ลุง หลาน หรือ บิดา/มารดาของคู่สมรส บุตรเขย/สะใภ้ พี่เขย/น้องเขย พี่สะใภ้/น้องสะใภ้ เป็นต้น โดยรวมถึงสมาชิกในครัวเรือนของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ตามคำนิยามของ Member of Household (MOH) ภายใต้หัวข้อ ผู้มีสิทธิ์ในการสมัครงาน

คำถาม: ฉันจะได้รับสิทธิในการพิจารณาการว่าจ้างก่อนผู้สมัครอื่นในฐานะที่ฉันเป็นทหารผ่านศึกสหรัฐฯ หรือไม่

คำตอบ: ไม่ ยกเว้นกรณีที่ผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามนิยาม AEFM/USEFM และเป็นทหารผ่านศึกสหรัฐฯ จะได้รับสิทธิในการพิจารณาการว่าจ้างก่อนผู้สมัครอื่นโดยมีลำดับดังนี้

(1) AEFM / USEFM และเป็นทหารผ่านศึกสหรัฐฯ

(2) AEFM / USEFM

(3) FS on LWOP**

ศึกษาความหมายของ AEFM/USEFM ภายใต้หัวข้อ ผู้มีสิทธิ์ในการสมัครงาน

คำถาม: ฉันสามารถใช้สิทธิในการพิจารณาว่าจ้างก่อนผู้สมัครอื่นได้กี่ครั้ง ในฐานะที่เป็นทั้ง AEFM/USEFM และเป็นทหารผ่านศึกสหรัฐฯ

คำตอบ: คุณจะสามารถใช้สิทธิของ AEFM/USEFM ที่เป็นทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ได้เพียงหนึ่งครั้ง ในกรณีได้รับว่าจ้างงานภายใต้หน่วยงานเดียวกัน ในประเทศเดียวกันและต่อหนึ่งวาระ ยกเว้นกรณีสมัครงานหน่วยงานอื่นๆ หรือกรณีลาออกจากตำแหน่งนั้นอย่างน้อย 90 วันตามปฏิทินแล้ว จึงจะสามารถใช้สิทธินั้นได้อีก

คำถาม: ถ้าฉันใช้สิทธิในฐานะที่เป็น AEFM/USEFM และเป็นทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ในการได้รับการพิจารณาการว่าจ้างก่อนผู้สมัครอื่นแต่ไม่ได้รับเลือก ฉันสามารถใช้สิทธิดังกล่าวต่อไปได้อีกหรือไม่

คำตอบ: หากคุณใช้สิทธิในฐานะที่เป็น AEFM/USEFM ทหารผ่านศึกสหรัฐฯ แต่ไม่ได้รับเลือก จะถือว่าสิทธินั้นยังไม่ได้ถูกใช้ ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้สิทธิในการได้รับการพิจารณาว่าจ้างก่อนผู้สมัครอื่นได้อีกจนกว่าจะได้รับเลือก

คำถาม: ฉันจะได้รับเงินเดือนเป็นเงินสกุลสหรัฐฯ หรือไม่ หากฉันได้รับเลือกเข้าทำงานที่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย

คำตอบ: ผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรอยู่ในประเทศไทยจะได้รับเงินเดือนเป็นสกุลเงินท้องถิ่น (เงินบาท) ซึ่งได้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติดังนี้

  • ผู้ที่มีสัญชาติไทย, สัญชาติสหรัฐฯหรือสัญชาติอื่นๆที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย
  • มีถิ่นพำนักฐาถรและถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย
  • สามารถทำงานและเสียภาษีอย่างถูกต้องในประเทศไทย